|
สะบายดี หลวงพระบาง (2)
@ วันอังคาร 8 กรกฎาคม 2551 @
เช้าวันที่ 2 ที่เราพักอยู่หลวงพระบาง เรารีบตื่นนอนแต่เช้า แล้วก็เริ่มออกเดินไปตลาดเช้า นัดกับน้องๆ ว่าจะไปกัน 6.30 น. พอเดินลงมาไม่ยักเจอใครซักคน สงสัยไปกันหมดแล้ว อ้าวนั่นงัยเจอเหยื่อ 1 คน ไปด้วยกันเลย ^^
เดินไปถ่ายรูปกันไปก็นานน่าดูเหมือนกันนะเนี่ย คงไกลประมาณ 1 กิโลกว่าได้มั้ง เดินจนเหงื่อเปียกไปทั้งตัวเลย ที่จริงมันก็ไม่ไกลหรอก ถ้าเรารู้ทางลัด ก็มันเป็นวันแรกอ่ะ ต้องลองผิดลองถูกกันไปก่อน แผนผังของเมืองหลวงพระบางสร้างเป็นบล็อกคล้ายเมืองนอก เดินไปทางไหนก็ทะลุถึงกันได้ ถ้าเราไม่หลงทิศ อิอิ

๐ สภาพบ้านเรือนที่ทำเป็นเกสต์เฮ้าส์ หรือไม่ก็ร้านอาหาร/กาแฟ ๐

๐ ร้านนี้นำเข้าวัตถุดิบจากเชียงใหม่ (ส่งกล่องโฟมขึ้นเครื่องไปกับเราเลย) ๐

๐ Lao wooden house ที่พักราคาประมาณ35-40 $ ต่อคืน๐

๐ วิลล่าจำปา ๐


อืม มีเรื่องเล่านิดนึงเกี่ยวกับตื่นแต่เช้า แล้วเดินออกมาเจอพระและชาวบ้านที่เค้ายืนตักบาตรกันอยู่ มีเพื่อนที่มาด้วยกันเดินออกมาเที่ยวชมบรรยากาศตอนเช้านี่แหล่ะ ก็เจอพระ ความเป็นพุทธศาสนิกชนก็พลุ่งพล่านทันที เดินเข้าไปตักบาตรกับชาวบ้าน เค้าก็ยื่นกระติ๊บข้าวและอาหารให้ เพื่อนเราก็นึกว่าเค้าใจดีชวนทำบุญด้วยกัน (ประมาณว่าดูหนังเรื่อง สบายดีหลวงพระบางไปก่อน จึงคิดว่าตัวเองเป็นอนันดา) พอทำบุญเสร็จยังไม่ทันรับพรเลย ชาวบ้านล้อมวงเข้ามาทวง "money" อ้าว ชักเริ่มเหงื่อตก "เท่าไหร่ครับ" คิดเป็นเงินไทยประมาณ 400 บาท (ง่ายๆ คูณ 250 กีบเข้าไป) เหลียวไปดูเห็นกระติ๊บข้าวที่ใส่ไปเป็นพวงเลย สุดท้ายก็เลยต้องจ่ายตังค์ให้เค้าไป ทำบุญไกล ได้กุศลแรงนะเพื่อน (โนเพื่อนล้อกันได้อีกนานเลย อิอิ)
ที่หลวงพระบางเค้าชอบที่เราจ่ายเป็นเงินไทยนะ เพราะว่าเค้าได้กำไรเนาะ 1 บาท ประมาณ 260 กีบ (ที่ธนาคาร/สนามบิน) แต่ถ้าเอาไปแลกนอกเหนือจากนี้จะได้เงินกีบน้อยลง ราคาสินค้าก็ประมาณเดียวกับเชียงใหม่ เลย์ถุงละ 8000 กีบ ถ้าเราเอาเงินไทยไปจ่ายเค้าคิด 30 บาท แต่เราต้องจ่ายเค้า 40 บาทนะ เพราะว่าเค้าไม่ใช้เงินเหรียญ ดังนั้นเหรียญ 10 หรือ 5 บาทเค้าไม่รับ แต่ถ้าเรามีเงินกีบก็จ่ายแค่ 8000 กีบ


๐ ในขวดเป็นงูเห่า ตะขาบ แมงป่อง ดอง ๐

ระหว่างทางที่เราเดินไปตลาดก็จะเจอร้านขายของเป็นระยะๆ ผ่านพิพิทธภัณฑ์ของลาว ส่วนมากผู้คนที่นี่ยังนิยมการเดินเป็นส่วนมาก ตลอดทางเราจึงเดินสวนกับชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว (ฝรั่ง) สังเกตว่าบ้านเมืองที่นี่ไม่มีที่จอดรถ ใครที่มีรถยนต์ต้องเอาไปจอดข้างทาง หรือไม่ก็ในวัด (อ้อ ถนนที่นี่วิ่งรถด้านขวานะคะ พวกเราก็หลงประจำเวลาจะข้ามถนน เกือบโดนรถชนกันไปหลายรอบ)

๐ พิพิทธภัณฑ์ของลาว ๐ อาหารที่ชาวบ้านนำมาขายที่ตลาดเช้าก็จะคล้ายๆ บ้านเรา ช่วงนี้มีหน่อไม้เยอะเลย


ผลไม้ที่ลาวมีเยอะก็คือ สับปะรด (บักหนัด) มะม่วง (บักม่วง) ลำไย เงาะ ซึ่งแต่ละชนิด ถ้าเป็นบ้านเราก็คงเรียกว่าเป็นประเภทตกเกรดอ่ะ เพราะว่าไม่ค่อยสวย มะม่วงก็เปลือกดำๆ ลำไยก็ลูกเล็กมาก ทุเรียนก็มีแต่นำเข้าจากไทย




เจ้านี้ขายทั้งเนื้อหมูย่าง ปลาแห้ง และที่สำคัญ หนูย่าง ด้วย ปนๆ กันไป อย่าหยิบผิดเชียว

ป้าขายเฝือ กับอะไรก็ไม่รู้ คล้ายๆ ซุปเนื้อบ้านเรา แต่เค้าใส่น้ำตาล และทานกับผักสะระแหน่

ที่มีขายกันเยอะอีกอย่างก็คือ หนังควาย (ที่ลาวเค้าจะนิยมกินเนื้อควาย เพราะเค้าถือว่าวัวเป็นพาหนะของพระพุทธเจ้า) หนังควายที่เห็นเค้าก็จะเอาไปทำเป็นหนังควายจี่ หรือไม่ก็เอาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในแจ่วบอง (ในถังสีน้ำเงิน) อ้อที่ลาวเค้าก็มีไส้อั่วเหมือนบ้านเรา แต่ที่ไม่เหมือนคือจะคล้ายไปทางไส้กรอกซะเยอะ ทานกับน้ำจิ้ม
เดินไปเดินมาได้เวลากลับโรงแรมแล้ว ต้องรีบกลับไปทานอาหารเช้าก่อนที่รถจะมารับตอน 8.30 น.
เดี๋ยวมาต่อใหม่นะ
@ 10.26 น. @
Posted on Tue 8 Jul 2008 10:25 |
|